• Fri. Oct 22nd, 2021

ข่าววันนี้ ข่าวสด ข่าวออนไลน์ ข่าวบันเทิง

อัพเดทข่าววันนี้ ข่าวล่าสุด ข่าวฮิต ข่าวฮอต ข่าวบันเทิง ข่าวด่วน ข่าวกีฬา ข่าวการเมือง ข่าวสังคม ข่าวภูมิภาค ข่าวโซเชียล ข่าวอาชญากรรม ข่าวต่างประเทศ บอลไทยและต่างประเทศ

ธรรมนัส พรหมเผ่า จัดแจงทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ยิ่งสินวัฒน์

ByRon Dean

Sep 10, 2021

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ระบุวันที่ 8 ก.ย. ในตอนที่อดีต รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ดังที่ได้ทรงพระขอความกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่ง พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์โอชะ เป็นนายกฯ ตามประกาศระบุวันที่ 9 มิ.ย. 2562 แล้ว และแต่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศระบุวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และประกาศคราวสุดท้ายระบุวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

ตอนนี้ นายกฯได้กราบบังคมทูลว่า เหมาะให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดคุณประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความลับมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งแว่นแคว้นไทย จึงทรงพระขอความกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์
2. นางนฤมล ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ดังนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 ก.ย. 2564 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนรับสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา เมื่อเวลา 15.30 น. โดยระบุว่าส่งหนังสือถึง พล.อำเภอ ประยุทธ์ แจ้งยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ วันหลังขอคำแนะนำครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งใจจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 ก.ย.) แต่ฝ่ายผู้ช่วยส่วนตนหลงผิด จึงพึ่งยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 ก.ย.)

แต่แต่กระนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย ได้เลิกคำถามเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยระบุว่า เป็นการให้ออกจากตำแหน่ง เนื่องด้วยในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 กำหนดไว้ว่า พระเจ้าแผ่นดินคงไว้ซึ่งพระราชอําทุ่งนาจสำหรับในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังที่นายกฯถวายคําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่ระบุในพระบรมราชโองการ โน่นหมายความว่า ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 ก.ย. 2564

แต่ส่วนตัวพึ่งทราบข่าวสารว่า ร.อ. ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำใบลาออก ซึ่งก็ไม่เคยทราบว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่เป็นทางการคือให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เนื่องจากไม่ได้อยาก “คอยรับใช้คนใดกันแน่”

สำหรับในการแถลงข่าวที่รัฐสภา ร.อ. ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลสำหรับในการลาออกว่า ตั้งใจดำเนินงานเพื่อชาติ ศาสนา พระเจ้าแผ่นดิน และพี่น้องประชาชน โดยยึดผลตอบแทนของประเทศเป็นหลัก แต่ตลอดเวลาที่ครองตำแหน่งมา บรรยากาศการจัดการราชการแผ่นดินมิได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จึงอยากกลับไปอยู่จุดเดิม โน่นคือการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

“ผมอยากได้ทำเมืองให้มันเข้มแข็ง เพื่อชาติ ประเทศชาติจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” ร.อ. ธรรมนัสกล่าวและว่า จริงๆคิดมาหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความสำคัญสูงที่สุดคือสายตาสามัญชน ไม่ใช่คอยรับใช้คนใดกันแน่

เขายังฝากถึงสามัญชนทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเดิน เส้นทางการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลตอบแทนของชาติและพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างมาก” พร้อมเอ่ยขออภัยสามัญชนที่ไม่สามารถเอาอย่างที่รับปากไว้ได้ หลังจากนี้จะกลับไปขึ้นต้นที่ จ.พะเยา และจังหวัดอื่นๆถ้ากลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง มีวาสนาอีกครั้ง ตั้งมั่นว่าจะดำเนินงานเพื่อชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำให้ลาออก เป็นเนื่องจากดำเนินงานกับนายกฯมิได้แล้วไหม ร.อ. ธรรมนัสกล่าวเห็นด้วยว่า “อาจเดินไปในทำนองเดียวกันมิได้”
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประสานมือทัก พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ญาติพี่น้อง 3 เปรียญ” นายกฯ กล่าวว่ารักกันเสมือนญาติพี่น้องท้องเดียวกัน ก่อนจะมีการสัมมนา ครม. ตอนวันที่ 7 ก.ย. แต่ พล.อำเภอ อนุดงษ์มิได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้เปลี่ยนเป็นอดีตรัฐมนตรีกล่าวเหตุว่า ได้หารือกับ พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งแต่ก่อนโหวตสำหรับในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. แต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้ ในที่สุดต้องไม่ทำตามคำสั่งหัวหน้า เนื่องจากพิจารณาดูแล้วว่าทางเดินชีวิตของตนเองทำเพื่อสามัญชน มันต้องเดินไปอีกไกล ฉะนั้นตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตัวเอง

เมื่อถามย้ำว่า มีความหมายว่าข้างหลังเสวนาและขออภัยนายกฯ แล้ว มีความหมายว่าปัญหาไม่จบใช่หรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ และรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไป หมายความว่าเมื่อกล่าวด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดคุณประโยชน์ กรรมวิธียอดเยี่ยมก็คือต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ส่วนความเกี่ยวพันกับญาติพี่น้อง 3 เปรียญ มี พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย และ พล.อำเภอ ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ่ยถึงเพียงความเกี่ยวพันกับหัวหน้าพรรคว่ายังรักนับถือเหมือนเดิม แต่ไม่เอ่ยถึงอีก 2 เปรียญ โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ผมเลือกทางเดินแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชร. แต่ประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำงานพรรค
นอกเหนือจากสถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร.อ. ธรรมนัส ยังมีหน้าที่ในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชร. ทำให้เขาถูกโยนคำถามใส่ว่าจะยังดำเนินงานกับ พปชร. ต่อไปไหม เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องพินิจพิเคราะห์กันต่อไป

“ผมบางทีอาจจะไปอยู่บ้านข้างหลังใหม่ที่มันมีความสุข ผมย้ายจากบ้านข้างหลังเก่ามา บ้านข้างหลังเดิม ผมก็มีความสุขอยู่แล้ว บ้านข้างหลังเดิมคือบ้านที่พะเยามีความสุขดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้างหลังใหม่ บางทีอาจจะไปสร้างบ้านใหม่” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

ร.อ. ธรรมนัสมิได้ตอบคำถามแจ้งชัดว่าจะกลับไปบ้านข้างหลังเดิม หรือสร้างบ้านข้างหลังใหม่ อันหมายความว่าการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร.อ. ธรรมนัส เมีย และนางนฤมล มักออกเดินสายทำบุญทำกุศลร่วมกันในช่วงวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านข้างหลังเดิม” ที่ถูกเอ่ยถึง สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีไทยรู้เรื่องว่าเป็นการเปรียบเทียบจุดหมายถึงพรรคเพื่อไทย เนื่องด้วยเป็นพรรคการเมืองในที่สุดที่ ร.อ. ธรรมนัสเคยสังกัดและลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งตอนนั้นจะเปลี่ยนเป็นโมฆะ และมีการรัฐประหารในเวลาถัดมา กระทั่งก่อนจะมีการออกเสียงปี 2562 ร.อ. ธรรมนัสจึงยกภาควิชาเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชร.

แต่ทว่าเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยไหม ร.อ. ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบมากไม่น้อยเลยทีเดียว และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการเสวนากันก่อนหน้าที่ผ่านมา บางทีอาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทั้งหมดทุกอย่างจัดเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้มองเห็นหน้าตาแน่
เขายังประกาศเหตุว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำงาน พปชร. อีก “เกลียด ไม่ต้องการฝืนใจตนเอง” แต่แต่กระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังมิได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า อย่างงี้การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค พปชร. จะไม่แตกเลยหรือ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เนื่องจากหัวใจตนไปแล้ว กล่าวแล้วอันธพาลพอเพียง ทำอะไรแล้วต้องรับผิดชอบ อยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้หัวใจมันอยู่ ถ้าหัวใจมันไม่อยู่ คนใดกันแน่จะมาบังคับตนก็มิได้

tui3
การลาออกมาจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ข้างหลังเสร็จสมบูรณ์การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในช่วงเวลาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ได้เกิดปรากฏการเคลื่อนไหวใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนด้านใน พปชร. กดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้างหลังเสร็จสมบูรณ์ศึกซักฟอก และอาจไปไกลถึงขั้น “สลับตัวนายกฯ” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลต้องออกมาปฏิเสธข่าวนับเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ในตอนที่ร.อ. ธรรมนัสตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการเคลื่อนไหวดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่เขาก็ออกมาระบุว่ามีคนในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าวสาร” หัวข้อนี้ขึ้นมา
พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ ครม. เพิ่มคนแทน 2 รัฐมนตรี
การเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองที่เกิดสังกัดรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อำเภอ ประยุทธ์ถึงกับถอนหายใจก่อนตอบเรื่องซักถามของสื่อมวลชนช่วงเวลา 16.20 น.
นายกฯ ถูกถามประเด็นการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจสอบ รพ.สนามสำหรับคนไข้ไอซียู ที่ รพ.ปิยะเวท

พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า รู้เมื่อสักครู่ว่าลาออก เขาก็เคยกล่าวอยู่แล้วไม่ใช่หรือไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถช่วยสามัญชนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ช่วยงานกันมาโดยตลอด สักครู่อาจคือเรื่องของพรรคที่จะไปหารือกันว่าจะทำอย่างไร แต่ยืนยันว่างานทุกงานไม่มีสกัด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกฯ บอกว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อความในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า นายกฯ กราบบังคมทูลว่า “เหมาะให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดคุณประโยชน์แก่ราชการ” พล.อำเภอ ประยุทธ์หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาล่ะ ยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังยังไง จะไปยังไง ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “มิได้แจ้งคนใดกันแน่ทั้งสิ้น มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” และ “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังเอ่ยถึงการปรับ ครม. เหตุว่า ขอดูก่อน แต่ในขณะนี้ยังไม่ปรับคนใดกันแน่ ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นผลมากระแส “ล้มนายกฯ” ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจไหมนั้น พล.อำเภอ ประยุทธ์บอกว่า “ทั้งปวงมาจากคุณ (สื่อมวลชน)”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *